โรงไฟฟ้าจากแหล่งหินร้อนใต้พิภพ
หลักการทำงานเบื้องต้น

ทำการอัดน้ำเย็นลงไปในหลุมเจาะที่ลึกกว่า2-3ไมล์ เพื่อให้น้ำรับความร้อนจากชั้นหินร้อนใต้พิภพ (Hot Dry Rock) และไหลเวียนไปตามรอยแยกของชั้นหินจนมีอุณหภูมิและความดันสูง จากนั้นจึงทำการสูบกลับขึ้นมายังผิวโลกเพื่อนำไอน้ำที่ได้ไปปั่นกังหันผลิตกระแสไฟฟ้าต่อไป
สถานภาพปัจจุบัน

ปัจจุบันโรงไฟฟ้าจากแหล่งหินร้อนใต้พิภพมีอยู่ทั่วโลก เช่นที่เกาะ Lihir ใกล้ปาปัวนิวกินีมีโรงไฟฟ้าขนาด 60MW และประเทศไอซ์แลนด์ที่มีศักยภาพสูงในการผลิตไฟฟ้าจากชั้นหินร้อนใต้พิภพ และกำลังทดสอบระบบอยู่ที่มลรัฐแคลิฟอร์เนีย,สหรัฐอเมริกา และ Oita Prefecture,ญี่ปุ่น เป็นต้น
ข้อได้เปรียบและความเหมาะสมของเทคโนโลยี
- พลังงานใต้พิภพใน 1ตารางกิโลเมตร จะเทียบเท่ากับพลังงานที่ได้จากน้ำมันซึ่งเป็นเชื้อเพลิงฟอสซิลถึง 40 ล้านบาร์เรล
- ไม่มีการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลในการผลิต
- โรงไฟฟ้าขนาด300MW จะสามารถลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เทียบเท่า 2,628,000 ตันคาร์บอนต่อปี
ความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์และการลงทุน
จากการศึกษาเกี่ยวกับความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของขนาดโรงไฟฟ้าพลังความร้อนใต้พิภพที่เหมาะสมควรมีกำลังการผลิตขั้นต่ำ 300MW ขึ้นไป และมีค่าใช้จ่ายในการสร้างกว่า 1,850ล้านเหรียญสหรัฐ และสามารถคืนทุนได้ในระยะเวลาประมาณ15ปี

